นักศึกษาปัจจุบัน

การลงทะเบียน · แบบฟอร์มคำร้อง · วิทยานิพนธ์ (Thesis) · การสำเร็จการศึกษา
ท่านอยู่ช่วงไหน ดูจากการจดทะเบียนวิทยานิพนธ์ของท่าน ข้อมูลส่วน สำหรับนักศึกษาทุกคน ใช้ได้ทุกช่วง
สำหรับนักศึกษาทุกคน
การลงทะเบียนและสถานภาพ
  • ลงทะเบียนทุกภาคการศึกษาตามปฏิทินของสำนักงานทะเบียนนักศึกษา
  • ภาคที่ไม่ได้ลงทะเบียน ต้องรักษาสถานภาพและชำระค่าธรรมเนียม (ภาคละ 3,000 บาท และค่าประกัน 110 บาทต่อปีการศึกษา) หากไม่ลงทะเบียนและไม่รักษาสถานภาพ จะพ้นสภาพนักศึกษา
  • ลาพักการศึกษา ยื่นคำร้องตามขั้นตอนของสำนักงานทะเบียนนักศึกษา และแจ้งอาจารย์ที่ปรึกษาทราบ
การติดต่อและคำร้อง
  • ยื่นคำร้องทุกครั้งทางอีเมล [email protected] พร้อมส่งฉบับจริงที่โครงการ และเก็บสำเนาไว้
  • ตรวจสอบอีเมลของคณะและมหาวิทยาลัยอย่างสม่ำเสมอ ผลการพิจารณาและกำหนดการต่าง ๆ แจ้งทางอีเมล
  • แบบฟอร์มคำร้องทั้งหมด ดาวน์โหลดได้ที่ หน้าเอกสารดาวน์โหลด
ช่วงที่ 1 · ยังเรียนรายวิชาไม่ครบ หรือยังไม่ได้จดทะเบียนวิทยานิพนธ์
ศึกษารายวิชา (Coursework)
รายวิชาและคุณสมบัติ
  • เรียนรายวิชาให้ครบตามโครงสร้างหลักสูตร และรักษาค่าระดับเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 3.00
  • คุณสมบัติก่อนจดทะเบียนวิทยานิพนธ์: เรียนมาแล้วอย่างน้อย 2 ภาค · 24 หน่วยกิต และสอบได้วิชา ศ.710
เกณฑ์ภาษาอังกฤษ
  • ผ่านเกณฑ์ภาษาอังกฤษตามประกาศมหาวิทยาลัย ก่อนจดทะเบียนวิทยานิพนธ์
  • มหาวิทยาลัยกำหนดเกณฑ์ภาษาเป็นเงื่อนไขการสำเร็จการศึกษา โครงการจึงแนะนำให้ผ่านตั้งแต่ระหว่างเรียนรายวิชา
ระหว่างเรียนรายวิชา สามารถเริ่มหาอาจารย์ที่ปรึกษาได้ตั้งแต่ศึกษารายวิชาระเบียบวิธีวิจัย ดูขั้นตอนที่ 0
ก่อนจดทะเบียนวิทยานิพนธ์ ต้องรู้ 3 เรื่อง
1
คุณสมบัติต้องครบก่อน จึงจดทะเบียนได้
ตรวจคุณสมบัติตามหัวข้อ "รายวิชาและคุณสมบัติ" และ "เกณฑ์ภาษาอังกฤษ" ด้านบนให้ครบทุกข้อ ก่อนจดทะเบียนวิทยานิพนธ์ (ศ.800 / EE800)
2
ต้องเผยแพร่ผลงานวิทยานิพนธ์ จึงจะสำเร็จการศึกษาได้
การเผยแพร่ผลงานเป็นเงื่อนไขการสำเร็จการศึกษา ควรวางแผนกับอาจารย์ที่ปรึกษาตั้งแต่เริ่ม ดูเงื่อนไขการเผยแพร่
3
ต้องส่ง Progress Report ทุกภาคที่จดทะเบียน และผลมีผลต่อการจดทะเบียนภาคถัดไป
หน่วยกิตวิทยานิพนธ์ (12 หน่วยกิต) ไม่ได้ครบทันทีที่จดทะเบียน อาจารย์ที่ปรึกษาประเมินจาก Progress Report ทุกภาค และให้หน่วยกิตตามงานที่ทำได้จริง นักศึกษาจดทะเบียนวิทยานิพนธ์ตามแผนการศึกษา (ภาคละ 6 หน่วยกิต 2 ภาค) หน่วยกิตที่ยังขาดในภาคใด ต้องจดทะเบียนเพิ่มในภาคถัดไป เมื่อครบภาคตามแผนการศึกษาแล้ว ให้จดทะเบียนเฉพาะหน่วยกิตที่ยังขาด ดูตัวอย่างในตารางด้านล่าง
SP มีความก้าวหน้า ได้หน่วยกิตตามงานที่ทำได้ · NP ไม่มีความก้าวหน้า ได้ 0 หน่วยกิต · S หน่วยกิตครบและสอบผ่าน · U หน่วยกิตครบแต่สอบไม่ผ่าน
ตัวอย่างการสะสมหน่วยกิต (ปริญญาโท ภาคละ 6 หน่วยกิต 2 ภาค รวม 12 หน่วยกิต)
ภาค/ปีการศึกษาจดทะเบียน (หน่วยกิต)งานที่ทำได้ในภาคนั้นผลประเมินหน่วยกิตสะสมภาคถัดไป
1/25666ทบทวนวรรณกรรมเสร็จSP 2 2/12จด 10
แผน 6 + ขาด 4
2/256610สอบ Proposal ผ่านSP 4 6/12จด 6
ที่ยังขาด
1/25676ไม่มีความก้าวหน้าNP 0 6/12จด 6
ที่ยังขาด
2/25676เก็บข้อมูลและวิเคราะห์ผล สอบ Workshop ผ่านSP 4 10/12จด 2
ที่ยังขาด
1/25682นำเสนอผล สอบ Final Defense ผ่านS 12/12ครบ ✓
หน่วยกิตที่ได้ในภาคก่อน · หน่วยกิตที่ได้เพิ่มในภาคนั้น · หน่วยกิตที่ยังขาด
ข้อควรระวัง: หากได้ NP 2 ภาคติดต่อกัน จะไม่สามารถจดทะเบียนในระบบด้วยตนเองในภาคถัดไป ต้องได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาหรือกรรมการสอบก่อน การลาพักการศึกษาคั่นกลางไม่ทำให้นับใหม่ (NP → ลาพัก → NP นับเป็นติดต่อกัน)
ช่วงที่ 2 · จดทะเบียนวิทยานิพนธ์ (ศ.800 / EE800) แล้ว จนถึงส่งเล่มฉบับสมบูรณ์
แนวทางการดำเนินการเกี่ยวกับวิทยานิพนธ์ (Thesis)
! แนวทางการดำเนินการสำหรับผู้ประสงค์จะสำเร็จการศึกษาในปีการศึกษา 2569
ตารางนี้เป็นแนวทางการดำเนินการ มิใช่ข้อบังคับ นักศึกษาสามารถยื่นดำเนินการได้ทุกขั้นตอนตลอดปีการศึกษา อย่างไรก็ตาม หากดำเนินการไม่ทันตามกำหนด อาจไม่สามารถสำเร็จการศึกษาได้ในปีการศึกษานั้น การดำเนินการให้เป็นไปตามกำหนดจึงช่วยเพิ่มโอกาสในการสำเร็จการศึกษา

ทั้งนี้ การทำวิทยานิพนธ์อาจไม่เป็นไปตามแผนเสมอไป และอาจมีปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุม ทั้งจากนักศึกษาและจากอาจารย์ เช่น ไม่สามารถเข้าถึงหรือเก็บข้อมูลได้ ข้อมูลเป็นความลับ งานวิจัยติดขัดจนต้องปรับแนวทาง วันเวลาที่กรรมการสะดวก หรือจำนวนครั้งของการแก้ไขผลงาน นักศึกษาจึงควรวางแผนโดยเผื่อระยะเวลาไว้ ประสานงานกับอาจารย์ที่ปรึกษาและกรรมการอย่างใกล้ชิด และพร้อมปรับแผนเมื่อเกิดสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด ทั้งนี้ ทุกขั้นตอนต้องดำเนินการตามกระบวนการพิจารณาที่กำหนด เพื่อความถูกต้องและเป็นธรรมต่อนักศึกษาทุกคน
ตารางขั้นตอนและกำหนดการ ปีการศึกษา 2569
ปฏิทินสอบการค้นคว้าอิสระ / วิทยานิพนธ์ / ดุษฎีนิพนธ์
เงื่อนไขการสำเร็จการศึกษา
ต้องเผยแพร่ผลงานวิทยานิพนธ์ก่อนสำเร็จการศึกษา
นำเสนอบทความฉบับเต็ม (Full Paper) ในการประชุมวิชาการที่มีรายงานสืบเนื่อง (Proceedings) หรือ ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ อย่างน้อย 1 เรื่อง
ต้องมีหลักฐานการเผยแพร่ครบถ้วนในขั้นตอนยื่นขออนุมัติปริญญา หากยังไม่ได้เผยแพร่ จะไม่สามารถสำเร็จการศึกษาได้ แม้สอบวิทยานิพนธ์ผ่านแล้ว นักศึกษาจึงควรวางแผนเวทีนำเสนอหรือวารสารร่วมกับอาจารย์ที่ปรึกษาตั้งแต่เริ่มทำวิทยานิพนธ์ เนื่องจากกระบวนการพิจารณาและตอบรับใช้เวลา · ไม่นับเป็นการเผยแพร่: Abstract อย่างเดียว ใบประกาศนียบัตรอย่างเดียว หรือนำเสนอโดยไม่มี Proceedings
นักศึกษาที่ได้รับการตอบรับให้นำเสนอหรือตีพิมพ์แล้ว สามารถยื่นขอทุนสนับสนุนจากคณะได้ (ค่าระดับเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 3.00 และมีสถานภาพนักศึกษา ณ วันยื่นขอ) ทั้งนี้ การให้ทุนเป็นการพิจารณาคัดเลือก มิได้จัดสรรให้ทุกราย และผลการพิจารณาของคณะทำงานโครงการบัณฑิตศึกษาถือเป็นที่สิ้นสุด
อ้างอิง: ประกาศมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรื่อง การเผยแพร่ผลงานวิทยานิพนธ์เพื่อสำเร็จการศึกษา พ.ศ. 2569 ข้อ 5(2)
จดทะเบียนรายวิชา ศ.800 / EE800 รวม 12 หน่วยกิต (ตาม มคอ.2: ปี 2 ภาค 1–2 ภาคละ 6) · จัดทำเล่มเป็นภาษาอังกฤษ · ต้องสอบวิทยานิพนธ์ให้แล้วเสร็จภายใน 3 ปีการศึกษา นับตั้งแต่ขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา
กำหนดวันของแต่ละขั้นตอนให้ดูจากปฏิทินการศึกษาของโครงการ · ยื่นคำร้องทุกครั้งทางอีเมล [email protected] พร้อมส่งฉบับจริง และเก็บสำเนาไว้ · ตรวจสอบอีเมลของคณะและมหาวิทยาลัยอย่างสม่ำเสมอ
0
ขั้นตอนที่ 0
การเลือกอาจารย์ที่ปรึกษา
ช่วงเวลาดำเนินการ: เริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่ศึกษารายวิชาระเบียบวิธีวิจัย เนื่องจากนักศึกษาต้องจัดทำเค้าโครง 3 บทในรายวิชาดังกล่าว หากมีอาจารย์ที่ปรึกษาให้คำแนะนำควบคู่กันจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง
คุณสมบัติก่อนจดทะเบียนวิทยานิพนธ์ (ต้องครบทุกข้อ)
  • GPA ไม่ต่ำกว่า 3.00
  • เรียนมาแล้วอย่างน้อย 2 ภาค · 24 หน่วยกิต
  • สอบได้วิชา ศ.710
  • ผ่านเกณฑ์ภาษาอังกฤษ
สิ่งที่ต้องเตรียม
  • หัวข้อที่สนใจและเค้าโครงโดยสังเขป
  • รายชื่ออาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญตรงกับหัวข้อ 2–3 ท่าน
  • ข้อมูลแนะนำตัว: ชื่อ-สกุล รหัสนักศึกษา หลักสูตร แผนการศึกษา
การหาอาจารย์ที่ปรึกษา ดำเนินการได้ 2 แนวทาง
แนวทางที่ 1แนะนำ
นักศึกษาทาบทามด้วยตนเอง
  1. พิจารณาความเชี่ยวชาญของอาจารย์
  2. ขอเข้าพบหรือติดต่อทางอีเมล พร้อมแนบหัวข้อและเค้าโครงโดยสังเขป
  3. อาจารย์ตอบรับเป็นที่ปรึกษา
หรือ
แนวทางที่ 2ตามปฏิทินการศึกษาแต่ละปี
โครงการจัดสรรอาจารย์ที่ปรึกษา
  1. ส่งหัวข้อและเค้าโครง 3 บท ทาง Google Form
  2. อาจารย์พิจารณาเลือกหัวข้อ
  3. โครงการแจ้งผลทางอีเมล
เค้าโครงที่สมบูรณ์จะมีโอกาสได้รับการพิจารณามากขึ้น
เมื่ออาจารย์ตอบรับแล้ว ไม่ว่าแนวทางใด ให้ดำเนินการขั้นตอนที่ 1 แต่งตั้งอาจารย์ที่ปรึกษา (Form A) ต่อ
คุณสมบัติที่ปรึกษา: อาจารย์ประจำหลักสูตร · จะมีอาจารย์ที่ปรึกษาร่วมหรือไม่ก็ได้
สิ่งที่อาจารย์ที่ปรึกษาคาดหวังจากนักศึกษา: นักศึกษาเป็นผู้ติดตามความก้าวหน้าของงานด้วยตนเอง · แนะนำตนเองให้ครบถ้วนตั้งแต่การติดต่อครั้งแรก · เตรียมหัวข้อ แผนการดำเนินงาน และประเด็นที่จะปรึกษาก่อนเข้าพบ · ส่งงานตามกำหนดและแจ้งล่วงหน้าหากมีความล่าช้า · ติดต่ออาจารย์อย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรขาดการติดต่อเป็นเวลานานแล้วเร่งดำเนินการเมื่อใกล้กำหนดสอบ · ใช้ภาษาสุภาพและตรงต่อเวลานัดหมาย
การยุติหรือเปลี่ยนอาจารย์ที่ปรึกษา
การเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาเป็นความร่วมมือของทั้งสองฝ่าย อาจารย์ที่ปรึกษาอาจพิจารณายุติการเป็นที่ปรึกษาได้ หากเห็นว่าไม่สามารถดำเนินงานร่วมกันต่อไปได้ เช่น ด้วยเหตุจากพฤติกรรมหรือความรับผิดชอบในการทำงานของนักศึกษา ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ในทำนองเดียวกัน นักศึกษาก็สามารถขอยุติการเป็นที่ปรึกษาได้ ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายควรหารือและตกลงกันให้เรียบร้อยก่อน เนื่องจากการเปลี่ยนอาจารย์ที่ปรึกษาต้องได้รับการลงนามจากทั้งอาจารย์ที่ปรึกษาท่านเดิมและท่านใหม่
นักศึกษาควรยุติการเป็นที่ปรึกษากับอาจารย์ท่านเดิมให้เรียบร้อยก่อน แล้วจึงเริ่มทาบทามหรือดำเนินงานกับอาจารย์ท่านใหม่ ไม่ควรดำเนินการกับอาจารย์สองท่านควบคู่กัน เพื่อเป็นการให้เกียรติอาจารย์ทุกท่าน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย: อาจารย์อาจปฏิเสธด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น ภาระงานเต็ม หรือรับนักศึกษาครบตามเกณฑ์แล้ว ซึ่งมิได้หมายความว่าหัวข้อไม่เหมาะสมเสมอไป กรณีอาจารย์ปฏิเสธ ควรขอบคุณอย่างสุภาพ และควรมีรายชื่ออาจารย์สำรองไว้ 2–3 ท่าน
1
ขั้นตอนที่ 1
แต่งตั้งอาจารย์ที่ปรึกษาForm A
ช่วงเวลาดำเนินการ: ยื่นได้ทันทีหลังจดทะเบียนวิทยานิพนธ์และอาจารย์ที่ปรึกษาตอบรับแล้ว ควรยื่นโดยเร็ว
สิ่งที่ต้องเตรียม
  • Form A หน้า 1: รหัส ชื่อ หลักสูตร ประเภทการทำวิจัย ชื่อหัวข้อ ที่ปรึกษา ที่ปรึกษาร่วม (ถ้ามี) และระบุคุณสมบัติ
  • Form A หน้า 2: ความสำคัญของหัวข้อ วัตถุประสงค์ ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องและบรรณานุกรม (แนบเพิ่มได้)
  • ตรวจสอบความถูกต้องของชื่อหัวข้อภาษาอังกฤษก่อนยื่น
  • ลายเซ็นนักศึกษาและอาจารย์ที่ปรึกษา
วิธีดำเนินการ
  1. ส่งทางอีเมล [email protected]
  2. ส่งฉบับจริงที่โครงการ
  3. โครงการดำเนินการภายใน 5 วันทำการหลังได้รับครบทั้งสองทาง
ขั้นตอนถัดไป: นักศึกษาจะได้รับสำเนาคำสั่งแต่งตั้ง ให้เก็บไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นดำเนินงานร่วมกับอาจารย์ที่ปรึกษา และหารือเรื่องกรรมการสอบต่อไป
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย: ระบุคุณสมบัติไม่ครบถ้วน · ส่งทางอีเมลแต่ไม่ได้ส่งฉบับจริง ทำให้โครงการไม่สามารถเริ่มนับระยะเวลา 5 วันทำการได้
2
ขั้นตอนที่ 2
แต่งตั้งกรรมการสอบForm B
ช่วงเวลาดำเนินการ: เมื่องานมีความก้าวหน้าระดับหนึ่ง และอาจารย์ที่ปรึกษามีรายชื่อกรรมการที่จะเชิญแล้ว ควรยื่นล่วงหน้าก่อนการสอบครั้งแรกพอสมควร เนื่องจากต้องตรวจสอบคุณสมบัติกรรมการภายนอก คณะกรรมการชุดนี้ใช้ในการสอบทุกครั้ง เว้นแต่มีเหตุจำเป็น
สิ่งที่ต้องเตรียม
  • Form B: ประธาน · ที่ปรึกษา · ที่ปรึกษาร่วม · กรรมการ · กรรมการภายนอก พร้อมอีเมล โทรศัพท์ และที่อยู่กรรมการภายนอก
  • CV กรรมการภายนอกที่มีรายการผลงานตีพิมพ์ครบ (แนบเฉพาะครั้งแรก)
  • ลายเซ็นนักศึกษาและที่ปรึกษา
วิธีดำเนินการ
  1. อาจารย์ที่ปรึกษาติดต่อกรรมการด้วยตนเอง หรือมอบหมายให้นักศึกษาเป็นผู้ติดต่อ
  2. ตรวจสอบคุณสมบัติกรรมการภายนอกก่อนทาบทาม
  3. ส่ง Form B ทางอีเมลและส่งฉบับจริงที่โครงการ
  4. โครงการตรวจคุณสมบัติและทำคำสั่งภายใน 5 วันทำการ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย: ทาบทามกรรมการภายนอกก่อนตรวจสอบคุณสมบัติ · ยื่น Form B พร้อม Form C เมื่อใกล้วันสอบ
3
ขั้นตอนที่ 3
การสอบวิทยานิพนธ์ 3 ครั้งForm C
ช่วงเวลาดำเนินการ: เมื่ออาจารย์ที่ปรึกษาเห็นว่างานพร้อมสอบ และอยู่ในช่วงการสอบแต่ละครั้งตามปฏิทินการศึกษา การสอบในภาคที่ประสงค์จะสำเร็จการศึกษา ต้องเผื่อระยะเวลาสำหรับการตรวจรูปแบบและการนำส่งเล่มให้ทันกำหนดของภาคการศึกษานั้น
ลำดับการดำเนินการก่อนสอบ (ใช้เหมือนกันทุกครั้ง)
1นัดวันสอบ
ก่อนเริ่มขั้นตอนอื่น
อาจารย์ที่ปรึกษาเห็นชอบให้สอบ และนัดวันเวลาที่กรรมการสะดวกครบทุกท่าน
›
2ส่งเล่มให้กรรมการสอบ
ก่อนวันสอบอย่างน้อย 2 สัปดาห์
ส่งเล่มฉบับพร้อมสอบถึงกรรมการแต่ละท่าน เพื่อให้มีเวลาอ่านและให้ความเห็น
›
3ยื่นคำร้องขอสอบ (Form C) ที่โครงการ
ก่อนวันสอบอย่างน้อย 5 วันทำการ
ยื่นทางอีเมล [email protected] และส่งฉบับจริงที่โครงการ พร้อมเอกสารตามตารางด้านล่าง
›
4โครงการแจ้งกำหนดสอบ
หลังพิจารณาคำร้อง
คณะกรรมการกลั่นกรองพิจารณาคำร้องและเล่ม หากยังไม่เหมาะสม อาจไม่อนุมัติให้สอบ
›
5วันสอบ
ตามวันที่แจ้ง
ดำเนินการสอบ และแก้ไขงานตามความเห็นของกรรมการ
ข้อ 2 และข้อ 3 เป็นคนละขั้นตอน: ข้อ 2 คือส่งเล่มให้กรรมการอ่าน ส่วนข้อ 3 คือยื่นคำร้องต่อโครงการเพื่อขออนุมัติให้สอบ ต้องดำเนินการทั้งสองขั้นตอน โดยเล่มที่แนบกับ Form C ต้องเป็นฉบับเดียวกับที่ส่งให้กรรมการ · ยื่น Form C 1 ชุด ต่อการสอบ 1 ครั้ง
เอกสารที่ยื่นพร้อมคำร้องขอสอบ (ข้อ 3)
เอกสารProposalWorkshopFinal Defense
คำร้องขอสอบ (Form C)✓✓✓
เล่มฉบับพร้อมสอบ (ฉบับเดียวกับที่ส่งกรรมการ)✓✓✓
ผลการตรวจสอบการคัดลอกผลงาน (Turnitin) · แนวทางโครงการ Similarity ไม่เกิน 20%––✓
หลังสอบผ่านดำเนินงานวิจัยต่อแก้ไขงาน แล้วอาจารย์ที่ปรึกษาพิจารณาให้สอบ Final Defenseแก้ไขงาน แล้วไปขั้นตอนที่ 4
ข้อมูลที่ต้องกรอกใน Form C: ประเภทการสอบ · Online หรือ Onsite · วัน เวลา สถานที่ · ขอหนังสือเชิญกรรมการภายนอก (ส่งถึงกรรมการโดยตรงหรือผ่านหน่วยงาน พร้อมที่อยู่)
วันสอบ: สอบ Online นักศึกษาบันทึกการประชุม Zoom ด้วยตนเอง · สอบ Onsite รับใบลงนามที่โครงการ · มาถึงก่อนเวลาสอบ 30 นาทีเพื่อทดสอบอุปกรณ์ · กรรมการต้องเข้าร่วมครบทุกท่าน หากไม่ครบต้องเลื่อนการสอบ
กรณีสอบไม่ผ่าน: แก้ไขและสอบใหม่ตามที่กรรมการกำหนด ผลการสอบวิทยานิพนธ์เป็น S หรือ U หากได้ U จะถูกถอนชื่อออกจากการเป็นนักศึกษา
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย: ยื่น Form C พร้อมเล่มที่ยังไม่สมบูรณ์ · กำหนดวันสอบก่อนสอบถามกรรมการครบทุกท่าน · ส่งเล่มให้กรรมการน้อยกว่า 2 สัปดาห์ ทำให้กรรมการมีเวลาอ่านไม่เพียงพอ · สอบ Final Defense โดยไม่แนบผล Turnitin
4
ขั้นตอนที่ 4
ตรวจรูปแบบเล่มOnline Form
ช่วงเวลาดำเนินการ: หลังสอบ Final Defense ผ่าน และแก้ไขเนื้อหาตามความเห็นกรรมการครบถ้วนแล้ว โดยไม่มีการแก้ไขเนื้อหาอีก
สิ่งที่ต้องเตรียม
  • เล่มที่พิมพ์ตามคู่มือการพิมพ์วิทยานิพนธ์ มธ. 2564 และอ้างอิงแบบ APA 7th Edition (การจัดพิมพ์ตามรูปแบบตั้งแต่ต้นช่วยลดการแก้ไข)
  • ตรวจสอบรูปแบบด้วยตนเองก่อนส่ง
วิธีดำเนินการ
  1. ส่งฟอร์มออนไลน์ขอตรวจรูปแบบ ให้ที่ปรึกษารับรองว่าแก้ไขเสร็จสมบูรณ์
  2. ส่งเล่ม Hard Copy ที่โครงการ
ขั้นตอนถัดไป: เจ้าหน้าที่ตรวจรอบละ 3–7 วัน และแจ้งใบคำแนะนำการแก้ไข นักศึกษาแก้ไขแล้วส่งตรวจรอบถัดไปจนผ่าน โดยทั่วไปใช้มากกว่า 1 รอบ จึงควรเผื่อระยะเวลา
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย: ส่งตรวจขณะที่ยังแก้ไขเนื้อหาไม่แล้วเสร็จ · แก้ไขเนื้อหาหลังตรวจรูปแบบผ่านแล้ว · การอ้างอิงในเนื้อหาไม่ตรงกับบรรณานุกรม
5
ขั้นตอนที่ 5
นำส่งผลงานในระบบ TU E-Thesis
ช่วงเวลาดำเนินการ: หลังตรวจรูปแบบเล่มผ่าน ภายในกำหนดนำส่งเล่มของภาคที่จะสำเร็จการศึกษาตามปฏิทินการศึกษา
สิ่งที่ต้องเตรียม
  • ไฟล์เล่มฉบับที่ผ่านการตรวจรูปแบบ
  • ผล Turnitin ของเล่มฉบับนี้
  • ชื่อเรื่องและบทคัดย่อภาษาไทยและอังกฤษ ตรงกับในเล่มทุกตัวอักษร
วิธีดำเนินการ
  1. ตรวจ Turnitin ด้วยเล่มที่ผ่านการตรวจรูปแบบ
  2. อีเมล [email protected] ส่งผล Turnitin พร้อมขอเปิดสิทธิ์ในระบบ แจ้งรหัสนักศึกษา ชื่อ-สกุล ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา
  3. เจ้าหน้าที่ตรวจผล Turnitin หากผ่านเกณฑ์ จะเปิดสิทธิ์ในระบบ TU E-Thesis ให้ (หากเกินเกณฑ์ ต้องแก้ไขเนื้อหาและส่งตรวจรูปแบบใหม่ก่อน)
  4. อัปโหลดไฟล์และกรอกข้อมูลในระบบ ตรวจสอบความถูกต้องก่อนกดยืนยัน เนื่องจากไม่สามารถแก้ไขได้หลังยืนยัน
  5. เจ้าหน้าที่ตรวจเล่มในระบบ กรอกค่า Similarity และ Detected as AI
  6. ดาวน์โหลดเล่มที่มี Reference code
  7. พิมพ์หน้าอนุมัติให้กรรมการสอบลงนามครบทุกคน
เกณฑ์: Similarity ไม่เกิน 20% (แนวทางโครงการ) · Detected as AI ไม่เกิน 40% (ยกเว้นเล่มภาษาไทย) · นักศึกษาที่สอบเค้าโครงก่อนภาคการศึกษาที่ 2/2568 ให้ดำเนินการตามระเบียบ พ.ศ. 2559
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย: กดยืนยันก่อนตรวจสอบชื่อเรื่องหรือบทคัดย่อ · อัปโหลดไฟล์ที่ไม่ใช่ฉบับที่ผ่านการตรวจรูปแบบ
6
ขั้นตอนที่ 6
เสนอคณบดีลงนามหน้าอนุมัติ
ช่วงเวลาดำเนินการ: หลังนำส่งผลงานในระบบ TU E-Thesis และได้หน้าอนุมัติที่กรรมการสอบลงนามครบทุกท่านแล้ว
วิธีดำเนินการ
  1. ส่งหน้าอนุมัติที่กรรมการสอบลงนามครบถ้วนให้โครงการ
  2. โครงการเสนอคณบดีลงนาม
  3. โครงการแจ้งให้นักศึกษามารับหน้าอนุมัติคืน
ขั้นตอนถัดไป: นำหน้าอนุมัติที่คณบดีลงนามแล้ว ไปใช้ยื่นขออนุมัติปริญญาในขั้นตอนที่ 7
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย: หน้าอนุมัติลงนามไม่ครบ · ส่งหน้าอนุมัติล่าช้าจนไม่ทันกำหนดของภาคการศึกษา
7
ขั้นตอนที่ 7
ยื่นขออนุมัติปริญญา
ช่วงเวลาดำเนินการ: หลังคณบดีลงนามหน้าอนุมัติ ภายในกำหนดของภาคที่จะสำเร็จการศึกษา หากไม่ทันกำหนด ต้องรักษาสถานภาพและสำเร็จการศึกษาในภาคการศึกษาถัดไป
วิธีดำเนินการ
  1. กรอกข้อมูลและอัปโหลดหลักฐานในแบบฟอร์มออนไลน์ของโครงการ
  2. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติการสำเร็จการศึกษา
  3. โครงการดำเนินการขออนุมัติปริญญาไปยังสำนักงานทะเบียนนักศึกษา
ข้อมูลและไฟล์ที่ต้องแนบ
  • ข้อมูลนักศึกษา ชื่อเรื่องภาษาไทย-อังกฤษ อาจารย์ที่ปรึกษา กรรมการสอบ วันสอบ Final Defense และวันที่ส่งเล่มตามหน้าอนุมัติ
  • ไฟล์ Abstract (PDF)
  • ไฟล์หน้าอนุมัติที่ลงนามครบ (PDF)
  • ใบกระจายโครงสร้าง (Curriculum Checklist)
  • หลักฐานการเผยแพร่: นำเสนอในที่ประชุมวิชาการที่มี Proceedings หรือตีพิมพ์ในวารสาร
แจ้งความประสงค์คาดว่าจะสำเร็จการศึกษา: ทุกภาคการศึกษาที่คาดว่าจะสำเร็จการศึกษา สำนักงานทะเบียนนักศึกษาจะเปิดให้แจ้งในระบบ ภายในประมาณ 15 วันหลังเปิดภาคการศึกษา นักศึกษาต้องแจ้งด้วยตนเองภายในกำหนด หากไม่ได้แจ้ง สำนักงานทะเบียนนักศึกษาจะไม่อนุมัติปริญญาในภาคนั้น และต้องยื่นแจ้งสำเร็จการศึกษาล่าช้า ซึ่งไม่แนะนำ
หลักฐานการเผยแพร่
นำเสนอในที่ประชุมวิชาการ: ชื่อเวที วันที่ และสถานที่ แนบหนังสือรับรอง ประกาศนียบัตร สารบัญ และบทความฉบับเต็มใน Proceedings
ตีพิมพ์ในวารสาร: ชื่อวารสาร รายละเอียดฉบับ และหน่วยงานเจ้าของวารสาร แนบหนังสือตอบรับ บทความฉบับเต็ม (ส่งภายหลังได้หากยังไม่ได้ตีพิมพ์) และแบบรับรองความถูกต้องของใบตอบรับ
ไม่นับเป็นการเผยแพร่: Abstract อย่างเดียว ใบประกาศอย่างเดียว หรือนำเสนอโดยไม่มี Proceedings
สถานภาพนักศึกษา: ต้องลงทะเบียนหรือรักษาสถานภาพจนกว่าจะส่งเล่มฉบับสมบูรณ์ หากพ้นสภาพนักศึกษาก่อน จะไม่สามารถนำส่งเล่มได้ · จากนั้นรอการอนุมัติปริญญาตามรอบของมหาวิทยาลัย
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย: ส่งหลักฐานการเผยแพร่ไม่ครบถ้วน · ไม่ได้แจ้งความประสงค์คาดว่าจะสำเร็จการศึกษาในระบบสำนักงานทะเบียนนักศึกษาภายในกำหนด
Progress Report และการสะสมหน่วยกิต
ส่งทุกภาคการศึกษาที่จดทะเบียน มิใช่เฉพาะภาคที่สอบ ผลการประเมินมีผลต่อจำนวนหน่วยกิตที่ต้องจดทะเบียนในภาคถัดไป ดูตัวอย่างการสะสมหน่วยกิต ›
ส่ง Progress Report ›
การเปลี่ยนแปลงระหว่างดำเนินการ ให้ปรึกษาอาจารย์ที่ปรึกษาก่อนทุกครั้ง แล้วยื่นทางอีเมลพร้อมส่งฉบับจริง
เปลี่ยนชื่อหรือขอบเขตหัวข้อ ใช้ Form Change ลงนามนักศึกษาและที่ปรึกษา พร้อมชื่อหัวข้อเดิม-ใหม่ (ไทย-อังกฤษ) และเหตุผล · หลังสอบ Final Defense เปลี่ยนได้เฉพาะกรณีที่กรรมการมีมติ และต้องยื่นก่อนส่งตรวจรูปแบบ · ชื่อบนหน้าอนุมัติและใน TU E-Thesis ต้องตรงกับชื่อล่าสุดที่ได้รับอนุมัติ
เปลี่ยนอาจารย์ที่ปรึกษา ใช้ Form Change หากยื่น Form B แล้ว ต้องยื่น Form B ใหม่ด้วย · เปลี่ยนกรรมการสอบ ยื่น Form B ใหม่ กรรมการภายนอกคนใหม่แนบ CV
ข้อพึงปฏิบัติ: แจ้งอาจารย์หรือกรรมการท่านเดิมด้วยตนเองอย่างสุภาพก่อนยื่นเอกสาร
คุณสมบัติกรรมการสอบประกอบการยื่น Form B
ใช้เกณฑ์ตามหลักสูตรที่นักศึกษาเข้าศึกษา โปรดดูช่องที่ตรงกับรหัสนักศึกษาของตน
ปริญญาโท (วิทยานิพนธ์ / Thesis)
รหัส 61–65 · เกณฑ์ปี 2558รหัส 66–70 · เกณฑ์ปี 2565
จำนวนกรรมการอาจารย์ประจำหลักสูตร + ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก รวมไม่น้อยกว่า 3 คนอาจารย์ประจำหลักสูตร + ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก รวมไม่น้อยกว่า 3 คน
ประธานกรรมการสอบต้องไม่เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาหลักหรืออาจารย์ที่ปรึกษาร่วมต้องไม่เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาหลักหรืออาจารย์ที่ปรึกษาร่วม
กรรมการภายในปริญญาเอก หรือปริญญาโทที่มีตำแหน่ง รศ. ขึ้นไป และมีผลงานวิชาการอย่างน้อย 3 รายการในรอบ 5 ปี (เป็นผลงานวิจัยอย่างน้อย 1 รายการ)ปริญญาเอก หรือปริญญาโทที่มีตำแหน่ง รศ. ขึ้นไป และมีผลงานวิชาการอย่างน้อย 3 รายการในรอบ 5 ปี (เป็นผลงานวิจัยอย่างน้อย 1 รายการ)
กรรมการภายนอกปริญญาเอก และมีผลงานตีพิมพ์ในวารสารที่อยู่ในฐานข้อมูลระดับชาติ ตรงหรือสัมพันธ์กับหัวข้อ ไม่น้อยกว่า 10 เรื่อง
หากไม่มีคุณสมบัตินี้ ต้องผ่านความเห็นชอบจากสภามหาวิทยาลัย
ปริญญาเอก และมีผลงานตีพิมพ์ในวารสารที่อยู่ในฐานข้อมูลที่เป็นที่ยอมรับ ตรงหรือสัมพันธ์กับหัวข้อ ไม่น้อยกว่า 5 เรื่องเปลี่ยน
หากไม่มีคุณสมบัตินี้ ต้องผ่านความเห็นชอบจากสภามหาวิทยาลัย
เอกสารที่ยื่น
Form B + CV กรรมการภายนอก (แนบเฉพาะครั้งแรก) ลายเซ็นนักศึกษาและที่ปรึกษา ส่งทางอีเมลพร้อมฉบับจริง
กำหนดยื่น
ควรยื่นล่วงหน้าก่อนการสอบครั้งแรก โครงการตรวจสอบคุณสมบัติและออกคำสั่งภายใน 5 วันทำการ
อ้างอิง: ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. 2558 · ประกาศคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา เรื่อง เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. 2565 · ข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. 2568
เอกสารและข้อกำหนด
ช่วงที่ 3 · ภาคการศึกษาที่คาดว่าจะสำเร็จการศึกษา
ก่อนสำเร็จการศึกษา
แจ้งความประสงค์คาดว่าจะสำเร็จการศึกษา: ทุกภาคการศึกษาที่คาดว่าจะสำเร็จการศึกษา สำนักงานทะเบียนนักศึกษาจะเปิดให้แจ้งในระบบ ภายในประมาณ 15 วันหลังเปิดภาคการศึกษา นักศึกษาต้องแจ้งด้วยตนเองภายในกำหนด หากไม่ได้แจ้ง สำนักงานทะเบียนนักศึกษาจะไม่อนุมัติปริญญาในภาคนั้น และต้องยื่นแจ้งสำเร็จการศึกษาล่าช้า ซึ่งไม่แนะนำ
เงื่อนไขการสำเร็จการศึกษา
  • เรียนครบตามโครงสร้างหลักสูตร ค่าระดับเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 3.00
  • ผ่านเกณฑ์ภาษาอังกฤษ
  • สอบวิทยานิพนธ์ผ่าน และนำส่งเล่มฉบับสมบูรณ์
  • เผยแพร่ผลงานวิทยานิพนธ์ตามประกาศมหาวิทยาลัย (ดูเงื่อนไขการเผยแพร่)
  • ไม่มีหนี้สินค้างชำระกับมหาวิทยาลัย
ข้อควรทราบ
  • ต้องลงทะเบียนหรือรักษาสถานภาพจนกว่าจะส่งเล่มฉบับสมบูรณ์
  • ยื่นขออนุมัติปริญญาตามขั้นตอนที่ 7 ภายในกำหนดของภาคการศึกษา
  • หลังโครงการเสนอขออนุมัติปริญญา ให้ติดตามผลในระบบสำนักงานทะเบียนนักศึกษา
ช่องทางการติดต่อ
โครงการบัณฑิตศึกษา
คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ชั้น 5 คณะเศรษฐศาสตร์ ท่าพระจันทร์
✉ [email protected]
◷ จันทร์ – ศุกร์ 8.30 – 16.30 น.
☎ 0-2221-6111 ติดต่อตามเรื่อง
การเรียนการสอน และการจดทะเบียนวิทยานิพนธ์ต่อ 3514
การดำเนินการวิทยานิพนธ์ (Thesis) เช่น แต่งตั้งอาจารย์ที่ปรึกษาและกรรมการ การสอบ การนำส่งเล่มต่อ 3512
สถานภาพนักศึกษาต่อ 3511
การเงิน กิจกรรม และอื่น ๆต่อ 3510